Showing posts with label จดทะเบียนสมรส. Show all posts
Showing posts with label จดทะเบียนสมรส. Show all posts

Friday, June 7, 2013

จดทะเบียนสมรสกับชาวอเมริกัน ตอนที่ 3: แก้ไขข้อมูลทางทะเบียนของเรา

มาต่อกันตอนที่ 3 นะคะ หลังจากเขียนเรื่องการขอใบรับรองโสดและการจดทะเบียนสมรสมาแล้ว คราวนี้จะมาเขียนถึงการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทางทะเบียนของเราซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายกัน ซึ่งจะมีเนื้อหาของการขอเปลี่ยนไปใช้นางกรณีขอใช้ น.ส. ตอนจดทะเบียนสมรส แต่เปลี่ยนใจอยากใช้นางในภายหลัง

อ่านตอนที่ 1 การขอใบรับรองโสดได้ ที่นี่
อ่านตอนที่ 2 การจดทะเบียนสมรสได้ ที่นี่

ทีนี้มีคำถามว่าถ้าจะยื่นวีซ่า CR-1 จำเป็นจะต้องแก้ไขข้อมูลทางทะเบียนก่อนมั้ย
คำตอบ คือ ไม่จำเป็น การจะยื่นขอ CR-1 นั้นแค่จดทะเบียนสมรสให้เสร็จเรียบร้อยได้ใบทะเบียนสมรสมาครอบครองก็สามารถยื่น CR-1 ได้แล้วค่ะ เพราะงั้นใครที่กังวลว่าแฟนจะมาได้แค่ไม่กี่วัน กลัวจัดการอะไรๆ ไม่ทันสำหรับการขอ CR-1 ก็ขอบอกไว้เลยว่า ใช้เวลาแค่ 2 วันจัดการจดทะเบียนสมรสซึ่งกล่าวไปแล้วในตอนที่ 1 และ 2 ให้เรียบร้อย ก็สามารถยื่นขอ CR-1 ได้แล้ว ส่วนเรื่องเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนของเราไว้ค่อยทำทีหลังจากแฟนกลับเมกาไปแล้วนะคะ ทำหลังจากยื่น CR-1 ไปแล้วยังได้ค่ะ แต่ต้องให้ทันก่อนใช้พาสปอร์ตสำหรับวีซ่า CR-1 นะคะ

เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ เราขอยกตัวอย่างเคสเราดังนี้
ขอยก timeline คร่าวๆ มาดูให้เห็นภาพก่อนละกัน แล้วอ่านรายละเอียดด้านล่างนะ
1. ตค. 2011 ภายใน 1 อาทิตย์ จดทะเบียนสมรสและจัดงานแต่ง
2. พ.ย.ทั้งเดือน ไปอยู่กะแฟนที่เมกา (ยังไม่ได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนอะไรทั้งสิ้น เดินทางด้วยพาสปอร์ตเก่า)
3. ไปฉลองคริสมาสต์ที่เมกาในเดือน ธ.ค.
4. ยื่น CR-1 ต้นเดือน ม.ค.
5. กลับไทยกลางเดือน ม.ค. ตอนนั้นได้ NOA1 แล้ว
6. เปลี่ยนแปลงทางทะเบียนกลางเดือน ก.พ.
7. ทำพาสปอร์ตใหม่ (คำนำหน้าใหม่ นามสกุลใหม่) ปลายเดือน ก.พ.
8. ต้นเดือน มี.ค. ได้พาสปอร์ตใหม่ ก็ทำ endorsement เนื่องจากยังมีวีซ่าท่องเที่ยวเมกา 10 ปี ในพาสปอร์ตเก่าอยู่
ขั้นตอนต่อจากนี้ไม่เกี่ยวกะการทำการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนแต่เกี่ยวกะ CR-1 ยกมาคร่าวๆ เพื่อให้เห็นภาพ
9. พ.ค. ได้ NOA2
10. มิ.ย. ได้ case number
11. ก.ค. ได้แจ้งวันสัมภาษณ์ และเดินทางไปเยี่ยมแฟนที่เมกาหลังรู้วันสัมภาษณ์แล้ว ก่อนเดินทางไปก็ตรวจสุขภาพไว้ก่อนเรียบร้อย
12. ส.ค. กลับถึงไทยก่อนสัมภาษณ์ CR-1 2 วัน, สัมภาษณ์ CR-1, ได้รับพาสปอร์ตพร้อมวีซ่า CR-1

รายละเอียดนะจ๊ะ
ขั้นจดทะเบียนสมรสและแต่งงาน
เราจดทะเบียนสมรสช่วงน้ำท่วมปี 2011 แฟนมาแค่อาทิตย์เดียว
วันเสาร์ : แฟนมาถึงตอนกลางคืน
วันจันทร์ : เช้าตรู่รีบเดินทางไปสถานทูตเมกาเพื่อขอใบรับรองโสดของแฟน เมื่อได้ก็นั่งรถมากรมการกงสุลที่แจ้งวัฒนะทันทีเพื่อขอรับรองการแปลใบรับรองโสด (แวะที่ทำงานเราที่อยู่ข้างกงสุลก่อนเพื่อทำการ print ใบแปลใบรับรองโสด) กงสุลรับรองให้เสร็จบ่าย 3 กว่าๆ ซึ่งไม่ทันไปจดทะเบียนสมรสที่เขตหลักสี่
หมายเหตุ : รายละเอียดขั้นนี้อ่านได้ในตอนที่ 1
วันอังคาร : ตื่นแต่เช้าเดินทางไปเขตหลักสี่ ทำการจดทะเบียนสมรสเป็นคู่แรก เสร็จสายๆ ก่อนเที่ยง เมื่อเสร็จก็เดินทางไปเที่ยวพัทยากะเสม็ด
หมายเหตุ : รายละเอียดขั้นนี้อ่านได้ในตอนที่ 2
วันพฤหัสฯ : กลับจากเสม็ด
วันศุกร์ : งานแต่งเช้าที่ รพ. สงฆ์ เย็นที่สโมสร ทบ.
วันอาทิตย์ : เช้าตรู่ แฟนเดินทางกลับเมกา

ขั้นการเริ่มยื่น CR-1
เนื่องจากช่วงนั้นเป็นช่วงน้ำท่วม 2011 เราเร่ร่อนหนีน้ำท่วมจากบ้านพ่อแม่ไปตึกที่แฟนเช่าไว้ใน กทม. และอยู่ได้อาทิตย์นึงก็ตัดสินใจเดินทางไปหาแฟนที่เมกา เนื่องจากที่ทำงานเราก็ปิดเพราะน้ำท่วม (ช่วงนี้ยังไม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนอะไรทั้งสิ้น พาสปอร์ตก็ยังใช้ชื่อเดิม) เราอยู่เมกา 1 เดือน ก็เดินทางกลับเมืองไทยมาทำงานและ 1 เดือนถัดมาก็เดินทางไปเมกาอีกตามกำหนดการเดิมที่ได้ยื่นลางานไว้ตั้งกะก่อนน้ำท่วมแล้ว ระหว่างอยู่เมการอบนี้เรากับแฟนก็ยื่น CR-1 กัน ตอนต้นเดือน ม.ค. 2012 จากนั้นเรากลับไทยกลางเดือน ม.ค.

ขั้นการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน
กลางเดือน ก.พ. 2011 เราดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน ซึ่งค่อนข้างยุ่งยาก ดังที่จะเล่าต่อไปนี้
หมายเหตุ : ขั้นที่ 1-3 เป็นการดำเนินการในบ่ายวันเดียวกัน ส่วนขั้นที 4 เป็นอีกวันหนึ่งหลังจากขั้น 1-3 ประมาณ 2 อาทิตย์

ขั้นแรก
เช้าวันนั้นเราไปทำงาน พอเที่ยงเราก็เดินทางไปที่ เทศบาลที่เรามีทะเบียนบ้านอยู่ (เราอยู่แถวรังสิต) เนื่องจากได้หาข้อมูลมาทราบว่าในการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทางทะเบียนให้ไปติดต่อเขตที่เรามีทะเบียนบ้านอยู่ ไปถึง จนท. ที่เทศบาลบอกว่า ต้องไปเปลี่ยนนามสกุลที่อำเภอก่อน อ้าวเห้ย ไหนบอกว่าให้มาทำที่นี่ไงฟะ
ทีนี้อย่างที่เราพูดในตอนท้ายตอนที 2 ว่าตอนจดทะเบียนสมรสเราขอให้ น.ส. แล้วมานึกอะไรบางอย่างได้ในภายหลัง เลยอยากเปลี่ยนเป็นนาง เราเลยถาม จนท. ที่เทศบาลนี้ก่อนเดินทางไปอำเภอว่าสามารถทำได้หรือไม่ และต้องทำยังไงบ้าง
จนท. บอกว่า สามารถทำได้ โดยเขียนเป็นคำร้องว่าเราต้องการใช้ นาง แทน นางสาว ตามที่ได้ลงสลักหลังใบทะเบียนสมรสไว้ (ตอนจดทะเบียนสมรส นายทะเบียนจะหมายเลขหลังใบทะเบียนสมรสไว้ว่าเราต้องการจะใช้คำนำหน้าชื่อและนามสกุลใคร) ยื่นให้นายอำเภอเซ็นต์ (จนท. ที่นี่อัธยาศัยดี น่าคบ)

ขั้นที่ 2
รีบเดินทางไปอำเภอทันที เนื่องจากบ่ายแล้ว
ถึงอำเภอขอบอกว่าไม่ปลื้มอย่างแรง เนื่องจากเจ้าหน้าที่อัธยาศัยไม่ดีเอามากๆ ทำยังกะเราเป็นขี้ข้าหรือไงไม่รุ ทำหน้าหงิกใส่ ตะคอกใส่ โดยชีเอาลูกเล็กไปเลี้ยงที่ทำงานด้วยก็เห็นะโกนใส่ลูกอยู่นั่น
เราบอกชีว่าเราจะมาเปลี่ยนนามสกุลและคำนำหน้าชื่อ แต่ตอนจดทะเบียนสมรสเราขอใช้ น.ส.ไป แต่ตอนนี้เราประสงค์จะใช้นาง ชีฟังมั้ยไม่รุ ชีก็อือออๆ แล้วให้เราไปนั่งรอ นานโพดๆ ถึงเรียกชื่อเรา
พอชีเรียกชื่อเรา เราก็เดินทางหาชี ปรากฏว่าชีทำให้แค่ใบเปลี่ยนนามสกุล เราบอกชีว่า เราต้องการเปลี่ยนคำนำหน้าเป็นนาง ชีก็ว่า "ไม่ได้ ในใบสมรสมันสลักหลังว่าจะใช้ น.ส." เราเลยชักของขึ้นบอกกลับไปว่า "ได้สิ จนท. ที่เทศบาลบอกว่าได้ ให้ทำเป็นหนังสือคำร้องถึงปลัดอำเภอว่าจะขอให้นาง" (ก่อนหน้านี้เราเคยถามที่เว็บไซต์กรมการปกครองไปด้วย ซึ่งก็ได้รับคำตอบมาแบบเดียวกับที่ จนท. ที่เทศบาลบอก ซึ่งเรา print ใบนั้นมาโชว์ชีด้วย แต่ชีไม่ยอมดู) ชีก็บอกห้วนๆ " ไปนั่งรอ"
พักใหญ่ๆ ชีก็เรียกเรา "เอกใบนี้ไปให้ปลัดเซ็นต์ตรงนู้น" เราก็ถือไป เจอท่านปลัดท่านก็ว่า "เก็บใบนี้ให้ดีๆ นะ ไว้ใช้เป็นหลักฐาน" กิริยามารยาทต่างกะ จนท. คนตะกี้ลิบ
สุดท้ายก็เสร็จสรรพ รีบเอาใบทั้งสอง คือ ใบขอใช้คำนำหน้าว่านาง กับใบเปลี่ยนนามสกุลกลับไปที่เทศบาล ตอนนั้นใกล้ได้เวลาปิดทำการละ

ขั้นที่ 3
ที่เทศบาลที่เรามีทะเบียนบ้านอยู่ เราก็ติดต่อ จนท. คนเดิม เนื่องจากขณะนั้นใกล้เวลาปิดทำการ ชีเลยจัดการให้ทันทีโดยไม่ต้องรอคิว แค่ยื่นเอกสาร แก้ไขรายการในสมุดทะเบียนบ้าน ถ่ายรูป รอรับบัตร 15 นาทีก็เสร็จอะ

ขั้นที่ 4
ปลายเดือน ก.พ. เลือกวันดี คือ 29 ก.พ. ไปกงสุล (ที่ทำงานอยู่ข้างกงสุลอะ จริงๆ จะไปทำเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะเดินไปนี้ดดดเดียว แต่อยากเลือกวันเลขสวยๆ อิอิ)
อีก 2 วันไปรับพาสปอร์ตเล่มใหม่ ก็ทำ endorsement มาด้วยเลย เพราะยังจะใช้วีซ่าท่องเที่ยวไปเยี่ยมแฟนก่อนได้ CR-1 อยู่

อิอิ ขอจบดื้อๆ ละกันนะคะสำหรับเอนทรีนี้ เพราะได้เวลาไปรับหลานชายที่ รร. ละ

Wednesday, May 29, 2013

จดทะเบียนสมรสกับชาวอเมริกัน ตอนที่ 2: การจดทะเบียนสมรสที่เขต

ห่างหายจากการเขียนตอนแรกไปนานมาก ขอเขียนต่อเลยละกันนะคะ

จากตอนแรกจบลงตรงที่ได้ใบรับรองโสดแปลปละรับรองโดยกงสุลไทยแล้ว แต่ก็เย็นย่ำไม่ทันสำนักงานเขตทำการ วันนั้นเราเลยกลับคอนโดกับแฟน และเช้าวันรุ่งขึ้นก็รีบตื่นมาสำนักงานเขตหลักสี่ค่ะ เราเลือกสำนักงานเขตหลักสี่เพราะอยู่ใกล้กงสุล อยู่ใกล้ที่ทำงาน และอยู่ใกล้คอนโดแฟนค่ะ

เอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนสมรส ตามนี้ค่ะ
สำหรับคู่สมรสชาวไทย
1. บัตรประชาชน พร้อมสำเนา (สำเนาไปเผื่อหลายๆ ใบก็ดีนะคะ ถ้าไปถ่ายเอกสารที่นั่นเลยคิดแผ่นละ 2 บาทค่ะ)
2. ทะเบียนบ้าน ตัวจริงพร้อมสำเนา (เช่นกัน เผื่อสำเนาหลายๆ ใบ)
สำหรับคู่สมรสชาวต่างชาติ
1. ใบรับรองโสดชุดที่ได้จากกงสุงไทย (ใบจริงเย็บติดกะใบแปลตัวจริง) เขตจะเก็บชุดจริงไว้ และสำเนาพร้อมรับรองสำเนาคืนมาให้เราเก็บไว้เผื่อใช้ค่ะ
2. พาสปอร์ตตัวจริง และสำเนาหน้าที่มีรูปหน้าเผื่อไว้หลายๆ ใบเหมือนกันนะคะ สำเนาหน้าที่เดินทางเข้าไทยไว้ด้วยค่ะ

ไปถึงก็ติดต่อที่เคาสน์เตอร์นัด เค้าจะตรวจเอกสารของเราและเอาแบบฟอร์มที่เกี่ยวข้องให้กรอกค่ะ

จากนั้นเค้าจะให้เราเดินเข้าไปอีกห้องหนึ่งซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับการจดทะเบียนสมรสระหว่างชาวไทยกะต่างชาติโดยเฉพาะ ไปถึงก็นั่งกรอกเอกสารรอไปค่ะ เนื่องจากยังเช้าเลยมีแค่คู่เราอยู่ แต่จากนั้นไม่นานก็มีอีกคู่ที่เราเจอที่กงสุลตอนเอาใบแปลใบรับรองโสดไปรับรองด้วยค่ะ ตอนที่เราไปนั้นก็มีแค่ 2 คู่ สักพักนายทะเบียนก็เรียกเรากะแฟนไปนั่งที่โต๊ะค่ะ

เรากะแฟนก็ไปนั่งต่อหน้านายทะเบียน ยื่นเอกสารต่างๆ ให้ นายทะเบียนก็สัมภาษณ์ เราไม่ได้เอาล่ามไปด้วย นายทะเบียนก็จะพูดภาษาอังกฤษปนไทย เราก็แปลให้แฟนเราฟังค่ะ ตอนนั้นด้วยความที่ไม่คิดอะไรก็บอกนายทะเบียนไปว่าเราประสงค์จะใช้ น.ส. แต่นามสกุลเปลี่ยนตามสามี แล้วนายทะเบียนก็เอกใบสมรสที่เป็นลายกรอบดอกไม้มาให้เซ็นต์และใบ คร. 3 ที่เป็นทะเบียนสมรสและสลักหลังว่าเราประสงค์ใช้ น.ส. มาให้เรากะแฟนเซ็นต์

เมื่อเสร็จเอกสารที่ได้มาก็มี ใบสำคัญการสมรสที่เป็นใบลายกรอบดอกไม้ 2 ใบ และสำเนาใบ คร. 3 ที่ จนท. ประทับตราและเซ็นต์รับรองให้ 10 ใบ ตรงนี้จำนวนใบขึ้นอยู่กับเราค่ะ เค้าจะถามว่าเราจะเอากี่ใบ เพราะเราต้องเป็นคนจ่ายค่าถ่ายเอกสารเอง และเค้าก็จะประทับตามและเซ็นต์รับรองให้ เราก็เอามาทั้ง 10 ใบเลย จนกระทั่งวันนี้ผ่านไป 1 ครึ่ง ไม่ได้ใช้เลยค่ะ กระทั่งการยื่นขอ CR-1 ก็ใช้แต่ใบลายกรอบดอกไม้

เราไม่ได้เอาล่ามกะพยานไป ซึ่ง จนท. ที่นั่นเค้าก็เตรียมให้เสร็จสรรพ แต่เราจ่ายค่าดำเนินการไปค่ะ ซึ่งเค้าจะให้เราจ่ายตามที่เราพอใจค่ะ

ก็เป็นอันเสร็จการจดทะเบียนสมรส บ่ายนั้นเรากะแฟนก็เดินทางไปพัทยาต่อค่ะ มีเวลาไม่กี่วันก็ต้องกลับมางานแต่งตัวเอง

ที่นี้พอจบการจดทะเบียนสมรสแล้ว ผ่านมาระยะหนึ่งเรามานั่งคิดดู เราอยากเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อเป็นนางค่ะ ในพาสปอร์ตใหม่จะได้เป็นนางสำหรับการยื่น CR-1 ตรงนี้เราเคยค้นข้อมูลก็เจอว่าไม่ต้องเปลี่ยนก็ได้ แต่เราตัดสินใจที่จะเปลี่ยนดีกว่าค่ะ เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนที่อาจเกิด พาสปอร์ตจะได้เป็น Mrs. เหมือนกับวีซ่า CR-1 และ green card

สำหรับใครที่เปลี่ยนใจตอนจดบอกจะใช้ น.ส. แต่ตอนหลังอยากเปลี่ยนเป็นนาง ก็มาอ่านต่อตอนที่ 3 ละกันนะคะ

Friday, February 8, 2013

จดทะเบียนสมรสกับชาวอเมริกัน ตอนที่ 1: ใบรับรองโสด

สวัสดีค่า หลังจากไม่ได้เขียนบล็อกมาหลายวัน วันนี้ก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะมานั่งเขียน เพราะฝนตกพรำๆ ตลอด ไม่ได้ออกจากบ้านไปไหน แถมทำอะไรอย่างอื่นก็เสร็จแล้ว เลยเปิดหนัง Alien ภาคแรกให้มันนั่งดูเราเขียน blog ละกัน (ให้มันดูเรา เพราะเราไม่ได้ดูมันอะ แหะๆ เปิดไปงั้นให้มีเสียงทีวีเป็นเพื่อน)

ที่จริงมีหลายเรื่องให้เขียนมาก แต่วันนี้ขอเขียนเรื่องการจดทะเบียนสมรสละกัน เพราะถือเป็นขั้นแรกของการเดินทางย้ายถิ่นฐานมาอยู่อเมริกาสำหรับคนที่จะขอวีซ่าแบบแต่งงานเรียบร้อยแล้วที่เมืองไทย เช่น CR-1 หรือ IR-1
หมายเหตุ: อ่านรายละเอียดเรื่อง CR-1/IR-1 ได้ที่นี่นะคะ เขียนเป็นภาษาอังกฤษพร้อมคำอธิบายภาษาไทยในขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับเราที่เป็นคู่สมรสชาวไทยค่ะ

เราจดทะเบียนเมื่อปี 2011 นะคะ เพราะงั้นเราไม่ขอเขียนแชร์ประสบการณ์นะ เพราะจำรายละเอียดไม่ได้แล้ว แต่มาขอแชร์ขั้นตอนการดำเนินการและเอกสารต่างๆ เพราะเชื่อว่ามีพี่ๆ น้องๆ และเพื่อนๆ หลายคนที่กำลังจะจดทะเบียนสมรสกับแฟนชาวอเมริกันที่กำลังจะเดินทางมาเมืองไทยและมีเวลาจำกัดในการดำเนินการ เพราะงั้นการมีข้อมูลแน่นๆ จะช่วยให้สามารถดำเนินเรื่องผ่านไปด้วยดีและทันเวลานะคะ

**เริ่มเรื่องเลยขอย้ำก่อน การจดทะเบียนสมรสที่ไทย ใช้เวลาอย่างน้อย 2 วันนะคะ**
วันแรก - ดำเนินการเรื่องใบรับรองโสด
วันที่สอง - ทำการจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขต

หลายคนว่าทำไมต้องใช้เวลา 2 วัน วันเดียวไม่เสร็จเหรอ ขอตอบว่าไม่เสร็จค่ะ เพราะช้าที่กงสุลไทยนี่แหละค่ะ อิอิ เอาล่ะมาอธิบายเรื่องตามหัวข้อเอนทรีนี้กันเลยละกันนะคะ ส่วนเรื่องจดทะเบียนสมรสที่เขตขอยกยอดไปเอนทรีหน้านะคะ

วันแรก - ดำเนินการเรื่องใบรับรองโสด แยกเป็น 3 ส่วน ดังนี้
1. สถานทูตอเมริกันในประเทศไทย
2. กงสุลไทยที่แจ้งวัฒนะ (ที่เราไปทำพาสปอร์ตกันนั่นแหละค่ะ)


อธิบาย
1. สถานทูตอเมริกันในประเทศไทย
          * สำหรับแฟนชาวอเมริกัน
          * ดำเนินการที่สถานทูตอเมริกันในประเทศไทย
          * ต้องทำการนัดล่วงหน้าบนเว็บสถานทูต
          * หากแฟนชาวอเมริกันเคยหย่าร้าง ให้นำเอกสารการหย่าร้างไปยื่นที่สถานทูตด้วย

สำหรับแฟนชาวเมกันของเรานะคะ เอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนสมรส คือ ใบรับรองโสดพร้อมใบแปลที่รับรองโดยกงสุลไทยและพาสปอร์ต
ปัจจุบันอเมริกันซิติเซ่นที่ต้องการขอเอกสารหรือใช้บริการต่างๆ ที่สถานทูตอเมริกาในประเทศไทยจะต้องทำการนัดหมายล่วงหน้านะคะ ถ้าไม่ใช่กรณีฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่จะไม่ให้บริการค่ะ สามารถนัดหมายออนไลน์และดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบรับรองโสด (Affidavit) มากรอกล่วงหน้าได้ที่นี่ค่ะ
http://bangkok.usembassy.gov/service/marriage.html

นี่คือข้อความที่เค้าระบุไว้นะคะว่าต้องทำการนัดล่วงหน้าก่อน เรา capture มาจากเว็บสถานทูต (http://bangkok.usembassy.gov/service.html) วันที่ 8 ก.พ. 2013 @2:26PM (ตามเวลาท้องถิ่นที่ San Diego ค่ะ)


ควรไปถึงสถานทูตแต่เช้านะคะ เมื่อได้รับใบรับรองโสดจากสถานทูตแล้วให้นำไปแปลเป็นภาษาไทยโดยทันทีค่ะ เพื่อให้สามารถนำไปถึงสถานกงสุลที่แจ้งวัฒนะได้เร็วที่สุด

2. แปลใบรับรองโสดเป็นภาษาไทย
เมื่อได้ใบรับรองโสดมาแล้วให้นำไปแปลเป็นภาษาไทยโดยทันทีนะคะ แนะนำให้ไปให้ถึงสถานกงสุลก่อนแล้วหาแปลเอาแถวนั้นก็ได้ค่ะ เพราะอย่างน้อยก็สบายใจว่าถึงสถานกงสุลแล้ว 

ที่ฝั่งตรงข้ามสถานกงสุลมีบริการแปลเอกสารอยู่ค่ะ หรือที่สถานกงสุลเองก็มีคนเดินเกร่ไปมาคอยประกาศรับแปลเอกสารด่วนอยู่หลายรายค่ะ ค่าใช้จ่ายไม่รู้เหมือนกัน เพราะเราใช้วิธีแปลเอง เนื่องจากที่ทำงานเราอยู่ข้างกงสุลค่ะ เราเลยใช้วิธีแปลเองไว้เสร็จเรียบร้อยล่วงหน้า เว้นไว้แค่ชื่อและตำแหน่งของกงสุลอเมริกันที่เซ็นต์ลงท้ายใบรับรองโสด เพราะงั้น ถ้าสะดวกไป print ไฟล์ที่ไหนที่ไม่เสียเวลามาก เราแนะนำว่าทำเองดีกว่าค่ะ ชัวร์ดี ไปพึ่งบริการแปลนี่เราก็ไม่รู้ว่าด่วนแค่ไหนและค่าใช้จ่ายสูงมั้ยก็ไม่รู้อะค่ะ หรือไม่งั้นก็ให้แฟนไปขอใบรับรองโสดคนเดียว ส่วนเรารออยู่บ้าน พอแฟนได้ปุ๊บก็โทรมาบอกเราว่าคนเซ็นต์ชื่อกะตำแหน่งอะไร เราก็พิมพ์เพิ่มไปและ print ให้เสร็จสรรพ แล้วไปเจอกะแฟนที่กงสุลก็ได้ค่ะ ไม่เสียเวลาดี

เรากะแฟนไปสถานทูตตอน 7 โมง กว่าจะเสร็จก็ 8 โมงได้ นั่งแท็กซี่จากถนนวิทยุมากงสุลที่แจ้งวัฒนะ แวะเข้าที่ทำงานเราก่อนเพื่อพิมพ์ชื่อกะตำแหน่งของกงสุลเมกันที่เซ็นต์ใบรับรองโสดของแฟนลงไป เสร็จแล้วก็ print ออกมาและรีบเดินไปที่กงสุลค่ะ

3. กงสุลไทยที่แจ้งวัฒนะ (ที่เราไปทำพาสปอร์ตกันนั่นแหละค่ะ)
          * ขอยื่นรับรองเอกสารแบบด่วน คือ รอรับภายในวันเดียวกัน
          * เช็คเว็บไซต์กงสุลด้วยว่า แบบด่วนต้องยื่นภายในกี่โมงของวันนั้น

เราไปถึงกงสุลน่าจะราว 10 โมงเช้าค่ะ ขึ้นไปชั้นสองทางซ้ายมือของเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์นะคะ จะมีบันไดเล็กๆ ขึ้นไป บอก จนท. ว่ายื่นแบบด่วน แล้วก็นั่งรอ เค้าจะเรียกชื่อเราให้เราเข้าพบเจ้าหน้าที่ ในห้องเล็กๆ จนท. ก็ถามอะไรนิดหน่อย เสร็จก็นั่งรอต่อ คอยตามเรื่องด้วยนะคะ 

ของเรารู้สึกว่านานมากเลยไปตามดู ปรากฏว่าเค้าจะให้เราแก้อะไรไม่รู้ไร้สาระ (แล้วก็ไม่เรียกซะตั้งนานฟะ เอาของตรูมาวางไว้ตรงนี้นานเท่าไหร่แล้วเนี่ย) คือ เค้าจะให้เราแก้วิธีสะกดนามสกุลแฟนค่ะ เค้าบอกภาษาอังกฤษสะกดแบบนี้ ภาษาไทยก็ควรต้องสะกดแบบนี้ (ซึ่งอ่านคนละเรื่องกับที่แฟนเราอ่านชื่อเค้าเอง) เราบอกแฟนหนูเค้าเรียกชื่อตัวเองแบบที่หนูสะกดไปน่ะค่ะถูกแล้ว เค้าเลยบอกงั้นถูกแล้วนะ ไม่แก้นะ ยืนยันตามนั้นนะ เราก็ค่ะ แล้วเค้าก็ส่งเรื่องกลับไปรอตราประทับรับรอง (ช้าโดยใช่เหตุอะ) กว่าจะเสร็จก็บ่าย 3 กว่า ไม่ทันจดทะเบียนสมรสแล้วค่ะ

ปล. จะว่าของเราช้าเพราะเรื่องที่เค้าจะให้เราแก้การสะกดนามสกุลแฟนก็ไม่น่าใช่ เพราะคนอื่นๆ ที่มารอรับรองเอกสารที่นี่ก็เสร็จเวลาพอๆ กับเรา วันนั้นมีคู่นึงที่เอาเอกสารไปรับรองเหมือนกัน วันรุ่งขึ้นก็เจอคู่นั้นไปจดทะเบียนสมรสที่เขตพร้อมเราค่ะ

**เช็คข้อมูลจากสถานกงสุลด้วยนะคะ เรื่องรับรองเอกสารแปลแบบด่วน ว่าต้องยื่นก่อนกี่โมง** ถ้ายื่นหลังเวลาที่กำหนด เค้าจะไม่ทำแบบด่วนให้ค่ะ ถ้าจำไม่ผิด ของเราโทรไปถาม เค้าบอกว่าต้องยื่นก่อนเที่ยงค่ะ

คำแปลใบรับรองโสด*



(คำแปล)
ราชอาณาจักรไทย
กรุงเทพมหานคร
สถานเอกอัครราชฑูตสหรัฐอเมริกา 

ข้าพเจ้า, ____________ ได้มาปรากฎตัวด้วยตนเอง ทำสัตย์ปฎิญาณอย่างถูกต้อง ให้การและกล่าวดังนี้:

1. ข้าพเจ้าเกิดเมื่อวันที่                           ที่                                                 และเป็นผู้ถือหนังสือเดินทาง
                                           (วันเดือนปี)                (เมือง/รัฐ)           (ประเทศ)
เลขที่                                                       ออกให้เมื่อวันที่                                 โดย   กระทรวงการต่าง
               (ชนิดและหมายเลขพาสปอร์ต)                                    (วันที่ออก)                             (หน่วยงานที่ออก)
ประเทศของสหรัฐอเมริกา     และหมดอายุวันที่                              
                                                                                (วันที่หมดอายุ)

2. ที่อยู่ในประเทศไทยของข้าพเจ้า คือ                                         และที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาของข้าพเจ้า คือ                                                      

3. ชื่อมารดาของข้าพเจ้า คือ                          ชื่อบิดาของข้าพเจ้า คือ                         

4. ปัจจุบัน ข้าพเจ้าทำงานให้กับ                                        
                                                           (ชื่อของผู้ว่าจ้าง)

5. อาชีพของข้าพเจ้า คือ                            และ รายได้ของข้าพเจ้าเท่ากับ                          ดอลล่าร์สหรัฐต่อเดือน

6. ข้าพเจ้า                          มีคุณสมบัติครบถ้วนและสามารถสมรสกับพลเมืองประเทศ                         
                  (โสด หย่าหรือหม้าย)                                                                                              (สัญชาติ)
ได้ตามกฎหมายไทย

7. ข้าพเจ้า                          ผู้อยู่ในอุปการะหรือต้องอุปการะบุคคลอื่น
                           (มี/ไม่มี)

8. ผู้อ้างอิง 2 คน ในประเทศสหรัฐอเมริกา
                 1.                                                                    2.                         

9. สถานทูตสหรัฐอเมริกาไม่ขอรับประกันเนื้อหาที่ข้าพเจ้าให้สัตย์ปฏิญาณต่อถ้อยคำนี้ 

ภายใต้บทลงโทษฐานให้การเท็จ ช้าพเจ้า ขอรับผิดชอบสำหรับความสัตย์จริงของสิ่งที่กล่าวอ้างในที่นี้ทุกประการ


                    -ลายมือชื่อ-                    
             
                                    ลายมือชื่อและทำสัตย์ปฎิญาณต่อหน้าข้าพเจ้าเมื่อวันที่                                        
 (ตราประทับสถานเอกอัครราชฑูตสหรัฐอเมริกา ณ กรุงเทพมหานคร)
                                                                                                                           -ลายมือชื่อ-                    
                                                                                                       อำนาจรับผิดชอบ: มีอำนาจเต็ม
                                                                                                       เคอร์รี่ เว็บบ์
                                                                                                       ผู้ช่วยกงสุลสหรัฐอเมริกา



*คำแปลนี้เป็นตามแบบฟอร์มที่แฟนเราใช้ ณ ตอนนั้นนะคะ อาจแตกต่างจากแบบฟอร์มปัจจุบันไปบ้างนิดหน่อย ก็ปรับเปลี่ยนรูปแบบและคำแปลให้ตรงตามฟอร์มที่ใช้นะคะ ส่วนชื่อและตำแหน่งกงสุลอเมริกันก็อาจแตกต่างกันไป ลองค้นหาคำแปลแบบอื่นๆ ได้บนอินเทอร์เน็ตค่ะ

All contents and pictures in this blog is copyrighted@2009 by monkey-girl. All right reserved.

Back to TOP